Categories
COVID-19

อินเดียยันไม่ล็อกดาวน์ ทุบสถิติผู้ติดเชื้อรายวันมากสุดในโลก

อินเดียยอดผู้ติดเชื้อพุ่งรายวันสูงสุดในโลก

การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโรนา (โควิด-19) เป็นสถานการณ์ใหญ่ที่หลายประเทศกำลังเฝ้าติดตามกันอย่างใกล้ชิด ซึ่งในขณะนี้แม้จะมีบางประเทศอย่างอิสราเอล ได้มีการผ่อนผันมาตรการบางอย่าง อาทิ ยกเลิกการสวมหน้ากากอนามัยในที่กลางแจ้งไป เพราะประชาชนกว่าครึ่งประเทศได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 กันครบทั้ง 2 เข็ม แต่ก็ยังคงมีอีกหลาย ๆ ประเทศเช่นกันที่สถานการณ์ในตอนนี้ยังคงน่าเป็นห่วง

โดยเฉพาะในประเทศอินเดีย ที่ในตอนนี้ทุบสถิติผู้ติดเชื้อรายวันมากที่สุดในโลก ถึงวันละ 3 แสนกว่าคน พร้อมผู้เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 2,000 คน

ซึ่งเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2564 ที่ผ่านมา สำนักข่าว BBC ได้มีการรายงานว่า ในขณะนี้ประเทศอินเดียพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ช่วงวันที่ 21 เมษายน 2564 ที่ผ่านมา มากถึง 314,835 คน และมีผู้เสียชีวิต 2,104 คน ถือว่าเป็นสถิติการติดเชื้อรายวันที่เยอะที่สุดในโลก

อินเดียยอดผู้ติดเชื้อพุ่งรายวันสูงสุดในโลก 
อินเดียยอดผู้ติดเชื้อพุ่งรายวันสูงสุดในโลก

โดยก่อนหน้านี้ประเทศสหรัฐฯ ในช่วงวันที่ 2 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา เป็นประเทศที่ครองตำแหน่งอันดับ 1 หลังจากพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั้งหมด 300,669 คน

ซึ่งในการรายงานข่าวของ BBC ได้มีการระบุว่าการระบาดของโควิด-19 ระลอก 2 ภายในประเทศอินเดีย ส่งผลให้ระบบสาธารณะสุขเข้าขั้นสาหัส ผู้ป่วยทะลักโรงพยาบาลจนเป็นเหตุให้ผู้ป่วยบางรายต้องเข้ารับการรักษาที่หน้าอาคาร อีกทั้งยังกำลังเจอกับปัญหาซัพพลายถังออกซิเจนขาดแคลน โดยขณะนี้หลาย ๆ โรงพยาบาลในกรุงเดลีไม่เหลือซัพพลาย ทำให้ผู้ป่วยบางคนเสียชีวิตหลังไม่ได้รับออกซิเจนต่อ

แต่ถึงแม้ว่าการแพร่ระบาดจะลุกลามเพียงใด นเรนทระ โมที นายกรัฐมนตรีอินเดีย ก็ยังยืนยำคำเดิมว่าจะไม่มีการล็อกดาวน์ใด ๆ เกิดขึ้น เพียงแต่จะควบคุมมาตรการตามโซนต่าง ๆ ของประเทศ เพื่อให้เชื้อไม่แพร่กระจายเท่านั้น จึงย้ำให้ชาวอินเดีย ‘ยกระดับ’ ความพยายามในการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ภายในประเทศ เพื่อให้ประเทศไม่ต้องกลับไปล็อกดาวน์อีกครั้ง

ประเทศอินเดียยืนยัน ‘ไม่ล็อกดาวน์’
ประเทศอินเดียยืนยัน ‘ไม่ล็อกดาวน์’

“เราควบคุมการระบาดของโรคได้แล้วก่อนหน้านี้ แต่โควิดระลอก 2 เข้ามาเหมือนพายุ และแม้จะเป็นอุปสรรคครั้งยิ่งใหญ่ก็ตาม แต่ถ้าหากพวกเราร่วมมือกัน ก็จะสามารถฝ่าฟันอุปสรรคนี้ไปได้” โมทีกล่าว

และยังระบุด้วยว่า ประเทศจะไม่มีการล็อกดาวน์ แค่จะมีการออกมาตรการตามโซนต่าง ๆ ของประเทศเพื่อควบคุมการระบาดของโรค แต่ทั้งนี้ กรุงนิวเดลี, รัฐมหาราษฏระ และรัฐอุตตรประเทศ ต่างได้ออกมาตรการล็อกดาวน์ หลังโควิดระบาดอย่างรวดเร็ว โดยมีการบังคับปิดกิจการธุรกิจที่ไม่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต รวมถึงมีการเคอร์ฟิวในช่วงเวลากลางคืนในพื้นที่บางจุด

ประเทศอินเดีย เป็นประเทศใหญ่ที่มีประชากรมากถึง 1.3 พันล้านคน และจำนวนผู้ติดเชื้อล่าสุดของอินเดียในตอนนี้ มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั้งสิ้น 15.9 ล้านคน และผู้เสียชีวิตอีก 184,672 คน

ข้อมูลจาก : ประชาชาติธุรกิจ

 

Categories
COVID-19

อิสราเอลยกเลิกข้อบังคับ ‘สวมหน้ากากอนามัย’ ขณะอยู่นอกอาคาร

อิสราเอล ยกเลิกใส่หน้ากากในที่โล่งแจ้ง – ใส่เฉพาะพื้นที่ปิด

ในขณะนี้แม้ว่าหลาย ๆ ประเทศกำลังเจอกับวิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 กันอย่างหนัก แต่ก็มีหลายประเทศเช่นกันที่ตอนนี้เริ่มมีการคลายมาตรการบางส่วน แต่ประเทศที่ถือได้ว่ามีการควบคุมได้ดี และตอนนี้ก็ทำให้หลาย ๆ ประเทศอิจฉากันสุด ๆ คงเป็น ‘อิสราเอล’ ที่ตอนนี้ได้มีการยกเลิกข้อบังคับการสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่นอกอากาศ หรือพื้นที่ปลอดโปร่งไปแล้วเรียบร้อย

โดยเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2564 ที่ผ่านมา สำนักข่าว The times of israel ประเทศอิสราเอล ได้มีการรายงานว่า อิสราเอลเตรียมยกเลิกมาตรการสกัดโรคโควิด-19 ที่บังคับให้ประชาชนใส่หน้ากากอนามัยขณะอยู่ในสถานที่เปิด เช่น ท้องถนน, สวนสาธารณะ ฯลฯ

อิสราเอลยกเลิกข้อบังคับ ‘สวมหน้ากากอนามัย’ ขณะอยู่นอกอาคาร
อิสราเอลยกเลิกข้อบังคับ ‘สวมหน้ากากอนามัย’ ขณะอยู่นอกอาคาร

โดย ยูริ เอเดลสไตน์ รัฐมนตรีสาธารณสุขของอิสราเอล ได้ระบุว่า ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 18 เมษายน 2564 เป็นต้นไป ประชาชนประเทศอิสราเอล ไม่จำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัยใด ๆ ทั้งสิ้น เมื่ออยู่ในสถานที่เปิดโล่ง เนื่องจากในขณะนี้แผนการฉีดวัคซีนในช่วงที่ผ่านมาได้เกิดผลสำเร็จอย่างดีเยี่ยม ทั้งยังมีการกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า

“เดิมมาตรการนี้มีเพื่อป้องกันผู้คนจากโรคโควิด-19 แต่ขณะนี้บรรดาผู้เชี่ยวชาญต่างลงความเห็นว่าการใส่หน้ากากในที่พื้นที่เปิดโล่งไม่จำเป็นอีกต่อไป จึงได้เสนอให้อธิบดีฯ เซ็นคำสั่งยกเลิกมาตรการนี้เสีย”

แต่ทั้งนี้ รัฐมนตรีสาธารณสุข ยังย้ำว่าประชาชนทุกคนยังคงต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้ง ขณะอาศัยอยู่ในพื้นที่ปิด อาทิ ห้างสรรพสินค้า, รถโดยสารสาธารณะ, โรงเรียน รวมไปถึงห้องที่ไม่ได้มีอากาศถ่ายเท เพื่อเป็นการเฝ้าระวังไม่ให้เชื้อโควิด-19 กลับมาลุกลามซ้ำอีกรอบ

ประชาชนอิสราเอลได้รับวัคซีนรวดเร็วที่สุดในโลก
ประชาชนอิสราเอลได้รับวัคซีนรวดเร็วที่สุดในโลก

นอกจากนี้ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพของประเทศอิสราเอลหลายราย ยังได้ออกมาย้ำอีกว่ามาตรการการบังคับใส่หน้ากากอนามัยในสถานที่เปิดนั้นไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป อีกทั้งสื่อในประเทศยังได้รายงานอีกว่าหน่วยงานตำรวจจะลดความเข้มข้นเกี่ยวการบังคับใช้มาตรการนี้ลงในช่วงเวลาที่ไล่เลี่ยกัน แต่จะหันไปโฟกัสในเรื่องการละเมิดกฎมาตรการการกักตัวแทน

ซึ่งสาเหตุที่ทำให้สถานการณ์การระบาดในอิสราเอลคลี่คลายได้อย่างรวดเร็ว ภายในระยะเวลาเพียงแค่ 1 เดือนนั้น เป็นเพราะรัฐบาลอิสราเอลได้มีการระดมฉีดวัคซีนให้กับประชาชนอย่างรวดเร็ว ซึ่งปัจจุบันมีประชาชนมากกว่า 50% หรือประมาณ 4,961,238 คน ได้รับวัคซีนครบทั้ง 2 เข็ม ส่วนที่เหลือก็ได้รับวัคซีนไป 1 เข็ม ถือเป็นสถิติการฉีดวัคซีนโควิด-19 ได้เร็วที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้

ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่น่ายินดีมาก ๆ เพราะนอกจากจะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อได้แล้ว ยังช่วยให้ประชาชนใช้ชีวิตได้สะดวกมากขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย หวังว่าประเทศไทยคงจะได้รับข่าวดีในเร็ว ๆ นี้เช่นกันนะคะ ตอนนี้ก็ตรวจโควิดที่บ้านกันไปก่อน

ข้อมูลจาก : ประชาชาติธุรกิจ

Categories
COVID-19

ข่าวดี! อินเดียพร้อมขยายโครงการผลิตวัคซีคโควิด-19 ไปยังประเทศอื่น ๆ

อย่างที่ทราบกันว่าในตอนนี้ประเทศอินเดียคือ 1 ใน 3 ของประเทศที่มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 มากที่สุดในโลก องค์กรใหญ่ในอินเดียจึงได้ร่วมมือกันทดลองวัคซีนสำหรับป้องกันโรคติดเชื้อโควิด-19 โดยตอนนี้วัคซีนชุดแรกจะผ่านการอนุมัติและได้มีการผลิตออกมาใช้งานอย่างเป็นทางการแล้ว เนื่องจากผลการทดลองระยะสุดท้ายของหลาย ๆ บริษัทได้ผลดีเกิดคาด เช่น 2 บริษัทหุ้นส่วน อย่าง สหรัฐฯ-เยอรมนี ‘ไฟเซอร์และไบโอเอเทค’ ได้ประสิทธิภาพสูงสุดถึง 94.5% และตอนนี้ก็กำลังรอการอนุมัติฉุกเฉิน จากทางการสหรัฐเพื่อใช้สำหรับการฉีดรักษา

อินเดียผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19
อินเดียผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 : www.apecthai.com/2020/06/30/37057/

และช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา รัฐมนตรีต่างประเทศ 3 ประเทศ ได้แก่ อินเดีย บังกลาเทศ และเมียนมา ได้มีการประชุมหารือเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในเรื่องการร่วมมือกันผลิต จัดสรร และจัดส่งวัคซีนต้านโควิด-19

โดยงานนี้ประเทศอินเดียจะเป็นแกนนำหลักของโครงการ ในฐานะประเทศที่มีความพร้อมมากที่สุด ทั้งในด้านเทคโนโลยีการแพทย์ และเงินสำหรับการลงทุน ซึ่งช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมาก็ได้มีการจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรม 2 แห่ง ที่บังกลาเทศและเมียนมา โดยมีทั้งนักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณธสุขเข้าร่วมประมาณ 90 คน

ซึ่งประเทศอินเดียเป็นประเทศที่ผลิตวัคซีนได้มากกว่า 60% ของทั่วโลก ฉะนั้น ประเทศอินเดียจึงมีความพร้อมที่จะผลิตวัคซีนโควิด-19 ขนานใหญ่ หลังผ่านการอนุมัติตามมาตรฐานสากล

อินเดียผลิตวัคซีนโควิด-19 มากกว่า 60 % ของทั่วโลก
อินเดียผลิตวัคซีนโควิด-19 มากกว่า 60 % ของทั่วโลก : www.itravelroom.com

และประเทศอินเดียก็ได้เดินทางไปยังประเทศต่าง ๆ เช่น บังกลาเทศ เมียนมา เพื่อส่งต่อวัคซีนและทำการทดสอบกับประชาชนภายในประเทศ นอกจากนี้ประเทศอินเดียยังได้รับการร้องขอจากหลาย ๆ ประเทศให้เข้าไปทำการทดสอบวัคซีนกับประชาชนในประเทศอีกด้วย

นอกจากนี้โฆษกเอ็มอีเอ ยังกล่าวอีกว่า หากประเทศอื่น ๆ มีความสนใจ ประเทศอินเดียก็พร้อมจะขยายโครงการผลิตวัคซีนโควิด-19 ไปให้ โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือมนุษยชาติ และอินเดียก็ยังมีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ ที่จะเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมอุณหภูมิ และการเก็บรักษาวัคซีนก่อนการแจกจ่าย

โควิด-19 ในประเทศไทย
โควิด-19 ในประเทศไทย ภาพจาก : www.bbc.com

สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทยนั้น ขณะนี้ยังไม่พบการติดเชื้อภายในประเทศ ซึ่งผู้ติดเชื้อรายใหม่จะเป็นผู้ที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ และกำลังกักตัวเพื่อดูอาการอยู่สถานกักตัวของรัฐ แต่คนอื่นก็ต้องเฝ้าระวัง ตรวจโควิดที่บ้าน หากทำได้

นอกจากนี้ภายในประเทศไทยยังได้มีกำหนดการต่อพ.ร.ก.ฉุกเฉินออกไปอีก 45 วัน (แต่เดิมจะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2563) เท่ากับว่าพ.ร.ก.ฉุกเฉินจะสิ้นสุดลงในวันที่ 15 มกราคม 2564 เพื่อเป็นกลไกในการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ให้ครอบคลุมไปในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2564 เนื่องจากในช่วงเวลาดังกล่าวนั้นจะมีการเดินทางของคนเป็นจำนวนมาก ทั้งการเดินทางกลับภูมิลำเนาและการเดินทางท่องเที่ยว

แต่ทั้งนี้ก็ต้องรอติดตามกันอีกครั้งว่าหลังจากวันที่ 15 มกราคม 2564 ทางศบค. จะมีกำหนดการต่อพ.ร.ก.ฉุกเฉินออกไปอีกหรือไม่ค่ะ

ขอบคุณข้อมูล : Promotions.co.th และ dailynews

Categories
COVID-19

โควิด-19 ในเกาหลีใต้พุ่งรอบใหม่ เตรียมยกระดับคุมเข้มอีกรอบ!

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ถือเป็นสถานการณ์ที่ต้องจับตามองเป็นอย่างมาก ซึ่งสถานการณ์นี้ได้ส่งผลอย่างหนักในช่วงราว ๆ ต้นปี 2563 กระทั่งตอนนี้ระยะเวลาร่วมกว่า 11 เดือน สถานการณ์โควิด-19 จากทั่วโลกก็ยังคงมีการติดเชื้ออยู่ เพราะอัตราของผู้ติดเชื้อในแต่ละวันก็ยังไม่มีท่าทีจะเบาบางลง ยิ่งในเมืองใหญ่ ๆ ที่มีประชากรอยู่อย่างหนาแน่น เช่น ประเทศอินเดีย สหรัฐฯ บราซิล ฯลฯ ด้วยแล้ว จำนวนของผู้ติดเชื้อก็ยังมีจำนวนที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ

และอีกหนึ่งประเทศท่องเที่ยวที่น่าเป็นห่วงมากในช่วงนี้ ก็คือประเทศเกาหลีใต้ โดยทางศูนย์ควบคุมโรคประเทศเกาหลีใต้ได้มีการแถลงและยืนยันว่าวันนี้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 349 คน ซึ่งจำนวน 320 คนเป็นการติดเชื้อภายในประเทศ ทำให้ตอนนี้ประเทศเกาหลีใต้มีผู้ติดเชื้อสะสมเพิ่มเป็น 31,353 คน

โควิด -19 ในเกาหลีใต้พุ่งสูงอีกรอบ
โควิด -19 ในเกาหลีใต้พุ่งสูงอีกรอบ ภาพจาก : www.posttoday.com/world/615797

ด้านเจ้าหน้าที่สาธารณะสุข ได้ออกเตือนว่า ประเทศเกาหลีใต้อาจเดินทางเข้าสู่การระบาดระลอกสาม เนื่องจากประชาชนเริ่มมีการพบปะสังสรรค์ ไปโรงบาลหรือสวนสาธารณะกันมากขึ้น จึงได้มีการเรียกร้องให้รัฐบาลเพิ่มมาตรการป้องกันให้เข้มงวดกว่าเดิม

ซึ่งสถานการณ์โควิด-19 นี้ ได้ส่งผลกระทบต่อประเทศเกาหลีใต้อย่างหนัก โดยร้านอาหารแบบนั่งรับประทานจะเปิดให้บริการไม่เกิน 21.00 น. แต่ยังสามารถซื้อกลับบ้านหรือใช้การขนส่งอาหารแบบเดลิเวอรี่ได้ การจัดงานสำคัญต่าง ๆ เช่น พิธีแต่งงานหรือพิธีศพสามารถจัดได้ แต่ต้องมีเข้าร่วมไม่เกิน 100 คน ส่วนพิธีกรรมทางศาสนาอื่น ๆ จะต้องมีผู้เข้าร่วมไม่เกิน 20% ของความจุของสถานที่

โควิด-19 ในเกาหลีใต้พุ่งรอบใหม่
โควิด-19 ในเกาหลีใต้พุ่งรอบใหม่ ภาพจาก : www.thairath.co.th/scoop/1845334

การจัดการแสดงมโหรสพหรืองานคอนเสิร์ต จะต้องจัดที่นั่งแบบเว้นระยะห่าง และห้ามมีการนำเครื่องดื่มหรืออาหารเข้าไปรับประทานเด็ดขาด

ส่วนธุรกิจที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักเลยคือผับ บาร์ หรือสถานบันเทิง เพราะจะต้องปิดให้บริการแบบไม่มีกำหนด ส่วนร้านกาแฟลูกค้าสามารถที่จะซื้อกลับบ้านได้ แต่ไม่อนุญาตให้นั่งดื่มที่ร้าน ฉะนั้น แบรนด์ร้านกาแฟที่ไม่ได้มีชื่อเสียงมากนักจึงได้รับผลกระทบในเรื่องนี้อย่างหนักไม่แพ้ธุรกิจอื่น ๆ

สำหรับสถานศึกษาต่าง ๆ ทั้งโรงเรียนและมหาวิทยาลัย จะรักษาจำนวนของนักเรียนที่เข้าเรียนในแต่ละชั้นไว้ที่ 1 ใน 3 ส่วนนักเรียนระดับมัธยมจะมีการจำกัดอยู่ที่ 2 ใน 3

เกาหลีใต้สั่งคุมเข้ม โควิด-19 อีกรอบ
เกาหลีใต้สั่งคุมเข้ม โควิด-19 อีกรอบ ภาพจาก : www.thairath.co.th/scoop/1845334

สำหรับในประเทศไทยแม้ว่าในช่วงนี้จะยังไม่พบการติดเชื้อโควิด-19 ภายในประเทศ แต่ทั้งนี้คนไทยก็ยังคงต้องเฝ้าระวังดังเดิม สวมหน้ากากอนามัย หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสิ่งของสาธารณะ ตรวจโควิดที่บ้าน และเว้นระยะห่างทางสังคมให้มากที่สุด เพื่อไม่ให้ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้ออีกรอบนั่นเองค่ะ

ขอบคุณข้อมูล : MSN.COM